ห้ามเล่น Facebook ! มาดู 11 ประเทศที่แบน Facebook ด้วยเหตุผลบางอย่าง !

Facebook ถือเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ฮอตฮิตที่สุดบนโลกก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกประเทศจะสามารถเข้าถึง Facebook ได้ทั้งหมด บางประเทศก็จำกัดการเข้าถึงของประชาชนไม่ให้เล่นได้ตลอดเวลา ส่วนบางประเทศก็เคยแบน Facebook เป็นบางช่วง แต่ประเทศไหนบ้างที่เคยแบน Facebook และด้วยเหตุผลอะไรกันบ้าง ?

1. จีน

เฟสบุ๊คในจีนถูกบล๊อคตั้งแต่เกิดจราจลในเมืองอุรุมชี ในเดือนกรกฎาคมปี 2009 เนื่องจากฝ่ายกบฏซินเจียงได้ใช้ Facebook เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการสื่อสาร จนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2013 มีรายงานว่า Facebook ถูกปลอดบล๊อคเป็นบางส่วนในจีน แต่เว็บไซต์ในจีนก็ยังยืนยันว่า Facebook ยังคงถูกบล๊อคอยู่ ส่วนในฮ่องกงและมาเก๊า Facebook ยังคงใช้งานได้ตามปกติ

2. บังกลาเทศ

ในบังกลาเทศมีเหตุในรัฐบาลต้องแบน Facebook หลายครั้งเป็นระยะเวลาสั้น ๆ โดยมีสาเหตุมาจากการก่อจราจลเป็นส่วนใหญ่ และในปี 2017 นี้เอง ทางรัฐบาลได้มีการเสนอให้ทำการบล๊อค Facebook เป็นเวลา 6 ชั่วโมงในช่วงเวลากลางคืนอีกด้วย

3. อียิปต์

Facebook และอินเทอร์เน็ตทั้งหมดถูกบล๊อคเป็นเวลาไม่กี่วันระหว่างปี 2011 หลังจากมีการประท้วงกันในประเทศ

4. อิหร่าน

loading...

หลังการเลือกตั้งในปี 2009 โซเชียลเน็ตเวิร์คถูกแบนเพราะรัฐบาลกลัวการเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งกินเวลานานถึง 4 ปี จนถึงเดือนกันยายน 2013 จู่ๆ Facebook และ Twitter ก็ถูกปลดบล๊อคโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า แต่ก็ถูกบล๊อคซ้ำอีกครั้งในวันถัดมา จนถึงปัจจุบันเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด 50 อันดับแรกถูกบล๊อคหมด ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Youtube และ Google Plus

5. มอริเชียส

กระทรวงเทคโนโลยีการสื่อสารของมอริเชียสได้สั่งให้ ISP แบนเฟสบุ๊คทันทีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2007 เหตุจากการที่มีคนสร้างโปรไฟล์ปลอมของนายกรัฐมนตรี แต่เพียงแค่วันเดียวก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

6. เยอรมนี

ถึงแม้ในเยอรมนีจะไม่ได้มีการบล๊อคหรือแบนเฟสบุ๊คเหมือนในประเทศอื่น แต่ในปี 2011 เอง ทางเยอรมนีก็มีการหารือเกี่ยวกับการโพสต์ที่เป็นสาธารณะบนเฟสบุ๊คอาจสร้างปัญหาได้ เช่นเด็กสาววัย 16 คนหนึ่ง ที่โพสต์ข้อความเชิญแขกมาร่วมงานวันเกิดเธอที่บ้านในฮัมบูร์ก ปรากฏว่ามีคนเดินทางมามากถึง 1,600 คน ซึ่งมีการให้ตำรวจกว่า 100 คนเข้าควบคุมสถานการณ์จนเกิดการทำร้ายร่างกายและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และในปี 2015 ในช่วงวิกฤตอพยพชาวยุโรป ทางรัฐบาลได้บังคับให้เฟสบุ๊คลบคอมเมนท์ที่ไม่เหมาะสม

7. เกาหลีเหนือ

อย่างที่ทราบกันดีว่าเกาหลีเหนือไม่อนุญาตให้ประชาชนใช้อินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ และจากเดือนเมษายน 2016 ทางเกาหลีเหนือในบล๊อค Facebook สำหรับผู้ที่ลักลอบเข้าใช้งาน ซึ่งใครก็ตามที่พยายามเข้าถึงจะต้องถูกลงโทษ

8. ซีเรีย

ในปี 2007 รัฐบาลซีเรียอ้างว่า Facebook ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับสนุนการโจมตีรัฐบาล และยังเป็นช่องทางของการแทรกซึมของชาวยิวในสังคมโซเชียลของซีเรีย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ชาวซีเรียได้ใช้ Facebook เป็นเครื่องมือในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมาตลอด จนกระทั่งในปี 2011 Facebook ถูกปลดบล๊อคและสามารถเข้าใช้ได้ตามปกติ

9. ทาจิกิสถาน

ในเดือนพฤศจิกายน 2012 ทาจิกิสถานได้ทำการปิดกั้นการเข้าถึง Facebook เนื่องจากมีความเห็นที่ถือใส่ร้ายป้ายสีประธานาธิบดี เอโมมาลี ราห์มอน และเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น ๆ

10. สหราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2011 ก่อนวันแต่งงานระหว่างเจ้าชายวิลเลียม และแคทเธอรีน มิดเดิลตัน มีกลุ่มและเพจบน Facebook จำนวนมากที่ถูกลบและแบน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามกิจกรรมทางการเมืองทั่วประเทศ บางส่วนเป็นการคัดค้านมาตรการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล และบางส่วนก็เป็นกลุ่มต่อต้านระบอบกษัตริย์

11. เวียดนาม

ในปี 2009 ชาวเวียดนามไม่สามารถเข้า Facebook ได้นานกว่า 1 สัปดาห์ แต่รัฐบาลออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ในเดือนกันยายนปี 2013 รัฐบาลสั่งห้ามประชาชนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลบน Facebook และในเดือนพฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมา เวียดนามเองก็บล๊อค Facebook ไปนานกว่า 2 สัปดาห์ ในช่วงระหว่างการชุมนุมในประเทศเช่นกัน

ส่วนในไทยเอง ถึงแม้จะมีเฟสบุ๊คล่มเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับการบล๊อคเฟสบุ๊คที่เกิดจากฝีมือของรัฐบาลแต่อย่างใด โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการล่มของทาง Facebook โดยเป็นกันทั่วโลกนั่นเอง

loading...

Comments

comments

Related posts