“พระองค์ไปอยู่ภพภูมิที่สูงขึ้น” ธรรมกถาจากหลวงพ่อวิริยังค์ ถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙- หลวงพ่อฤาษีลิงดำยืนยัน “พระองค์ประทับอยู่ที่เดียวกับพระศรีอาริย์”

ในหลวง

เรื่องราวที่บรรดาพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ที่ได้เคยกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า พระองค์ทรงเป็น “พระโพธิสัตว์” โดยแท้ เพื่อน้อมถวายความจงรักภักดีแด่พระมหาธรรมราชา ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐแห่งแผ่นดินไทย และเพื่อยังความเป็นสวัสดิมงคลอันยิ่งให้บังเกิดขึ้นแก่แผ่นดิน นับว่าเป็นบุญของแผ่นดินไทยที่เราได้มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมอย่างแท้จริง

ในหลวง

จากกรณีที่ หลวงพ่อวิริยังค์ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ พระธรรมมงคลญาณ หรือหลวงพ่อวิริยังค์ เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง มีธรรมกถาปรารภถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่า

“ท่านมิได้เสด็จไปไหน ท่านเพียงแต่เปลี่ยนภพภูมิที่สูงขึ้น ความดีของท่านยังสถิตอยู่ในใจเรา เรามีหน้าที่ทำดีต่อไปตามพ่อสอน มีพุทธพจน์ กล่าวว่า ผู้ทำความดี แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็มีค่า แต่คนไม่ดี แม้มีอายุยืนยาวก็ชื่อว่าไร้ค่า”

หลวงพ่อวิริยังค์

 

loading...

ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันที่หลวงพ่อวิริยังค์ ธรรมกถาปรารภถึง “พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” หากย้อนไป หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระอริยสงฆ์ที่ทุกท่านนับถือ เคยกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าในหลวง

“พระองค์ทรงมีกระแสจิตแรงมาก ฉันเองยังสู้ท่านไม่ได้ เรื่องปรารถนาพุทธภูมินี่ พระองค์ (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ปรารถนามานาน แต่เวลานี้บารมีเป็น “ปรมัตถบารมี” เหลืออีก ๕ ชาติ และที่พระองค์ปฏิบัติมามันเลยแล้ว ไม่ใช่ไม่สำเร็จ พุทธภูมินี่ต้องบำเพ็ญกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์เป็น “วิริยาธิกะ” ต้องบำเพ็ญถึง ๑๖ อสงไขยกำไรแสนกัป นี่เกิน ๑๖ อสงไขยแล้ว “แสนกัป” อาจยังไม่ครบ จึงต้องเกิดอีก ๕ ชาติ ซึ่งในหลังจากที่พระองค์ (ในหลวงรัชกาลที่๙) เสด็จสวรรคต คงจะเสด็จไปประทับในที่เดียวกับพระศรีอาริยเมตไตรย”

นอกจากนี้ได้มีบันทึกไว้ในหนังสือ ชุด “ตายแล้วไปไหน จากคำสอนของพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)” โดยคุณคณิตพร บุณยเกียรติ (เปี๊ยก) และคณะได้รวบรวมและจัดทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๔ ว่า

“พระศรีอาริยเมตไตรย ในสมัยพระพุทธเจ้าท่านบวชเป็นพระมีนามว่า อชิตะภิกขุ เดิมทีท่านเป็นลูกศิษย์ของพราหมณ์พาวรี ท่านไปบวชเพื่อสร้างเสริมบารมี ต่อมาเมื่อ พระนางกีสา โคตมีได้ทอจีวรด้วยมือของตนเองปรารถนาจะถวายพระพุทธเจ้า เมื่อเวลาพระนางไปถวาย พระพุทธเจ้าเรียกพระมาหมด นั่งเรียงแถวกันตามลำดับอาวุโสและคุณสมบัติ เมื่อพระนางกีสาโคตมีถวายผ้าแก่พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ส่งให้พระสารีบุตร ท่านพระสารีบุตรก็ส่งให้พระโมคคัลลาน์ ท่านพระโมคคัลลาน์ก็ส่งต่อๆ กันไปหมดจนถึงองค์สุดท้ายคือท่านอชิตะภิกขุ ท่านไม่รู้จะส่งให้ใครเพราะนั่งอยู่ท้ายสุด เป็นอันว่าท่านก็รับไว้ พระนางกีสา โคตมีก็เสียใจว่าอุตสาห์ทำเองเลือกด้ายชั้นดีมาทอกับมือเองเพื่อถวายพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ไม่รับกลับไปให้กับพระที่ไม่ได้แม้แต่ฌานสมาบัติมากมายอะไรนัก คือว่ายังเป็นพระปุถุชนคนธรรมดา องค์สมเด็จพระบรมศาสดาทรงทราบอัธยาศัยจึงเทศนาโปรดว่า พระองค์สุดท้ายไม่ใช่พระธรรมดา ท่านอชิตะภิกขุผู้นี้ต่อไปข้างหน้าจะได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง มีพระนามว่า “สมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย” หลวงพ่อเทศน์ไว้

ปัจจุบันนี้ท่านมาเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดุสิต วิมานท่านสวยสดงดงามมาก ท่านมีรัศมีกายสว่างมาก หน้าตาผ่องใสยิ้มระรื่นน่าชื่นใจ  ท่านได้บอกกับอาตมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ ว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อีก ๑ ล้านกับ ๒ ปี ท่านจะลงมาเกิดในเมืองมนุษย์แล้วเป็นปุโรหิต หลังจากนั้นเกิดความเบื่อหน่ายก็ออกแสวงหาพระโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า และหลวงพ่อยังย้ำไว้ว่า ผู้ที่มีสิทธิไปเกิดอยู่ชั้นดุสิตได้ ๓ พวกคือ

๑. พุทธบิดาพุทธมารดาของพระพุทธเจ้า

๒. พระโพธิสัตว์ที่มีบารมีเข้มแข็งแล้ว

๓. พระอริยเจ้าตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปจึงจะอยู่ชั้นนี้ได้

สวรรค์ชั้นดุสิต คือสวรรค์ชั้นที่ ๔ ในฉกามาพจร มีท้าวสันดุสิตเป็นจอมเทพ พระโคตมพุทธเจ้าตรัสถึงสวรรค์ชั้นดุสิต อยู่สูงกว่ายามา แต่ต่ำกว่านิมมานรดี มีท้าวสันดุสิต เป็นจอมเทพ ไตรภูมิพระร่วงระบุว่าสวรรค์ชั้นนี้อยู่สูงกว่าชั้นยามาไป ๑๖๘,๐๐๐ โยชน์ มีปราสาทแก้ว ปราสาททอง ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีสวน สระบัวสวยงามยิ่งกว่าสวรรค์ชั้นที่อยู่ต่ำกว่า เป็นที่ประทับของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายและว่าที่พระอัครสาวก ในปัจจุบันพระศรีอริยเมตไตรยและว่าที่พระอัครสาวกของพระองค์จึงประทับอยู่ ณ ภูมินี้ อายุของเทวดาในชั้นดุสิตยาวนานถึง ๔,๐๐๐ ปีทิพย์ ซึ่งเท่ากับ ๕๗๖,๐๐๐,๐๐๐ ของปีมนุษย์

สวรรค์ชั้นดุสิต มีความพิเศษกว่าสวรรค์ชั้นอื่นอยู่หลายประการ หนึ่งในความพิเศษนั้นก็คือ เป็นที่อยู่ของเหล่าพระบรมโพธิสัตว์ ที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตจำนวนมาก และเหล่าเทพบุตรที่สร้างบารมีเป็นพระสาวก เพื่อตามพระบรมโพธิสัตว์ลงมาตรัสรู้ในอนาคต เหตุที่พระบรมโพธิสัตว์หรือบัณฑิตทั้งหลาย จึงปรารถนาที่จะได้มาบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิตนี้ ทั้ง ๆ ที่กำลังบุญของแต่ละท่านนั้นมากมาย ปรารถนาที่จะไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นใดก็ได้ เหตุที่ท่านเลือกสวรรค์ชั้นนี้ มีข้อสังเกตอย่างน้อย ๓ ประการ คือ

๑.  พระโพธิสัตว์สามารถจุติลงมาได้ตามใจปรารถนา หมายความว่าโดยปกติเทวดา มีเหตุแห่งการจุติหลายประการ เช่น หมดบุญก็มี หมดอายุขัยก็มี จุติเพราะความโกรธก็มี แต่เหล่าพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายในสวรรค์ชั้นดุสิตนี้ เมื่อจะจุติลงมาสร้างบารมี หรือมาบังเกิดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะนั่งทำสมาธิ อธิษฐานจิต สามารถดับวูบ ลงมาเกิดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของชาวสวรรค์ชั้นอื่น ๆ

๒.  เนื่องจากสวรรค์ชั้นนี้ มีแต่บัณฑิต มีแต่พระบรมโพธิสัตว์ ล้วนแต่มีอัธยาศัยคล้ายคลึงกัน ที่จะฝึกฝนตนเองและช่วยสรรพสัตว์ไปสู่ฝั่งพระนิพพาน ไม่ประมาทในการดำรงชีวิตเหมือนชาวสวรรค์ชั้นอื่น ๆ มักจะคบหาบัณฑิต พูดคุยสนทนาธรรมกันเพื่อความเบิกบานใจ และหมั่นไปฟังธรรมในวันพระ ซึ่งท่านท้าวสันดุสิตจะเป็นผู้อัญเชิญพระบรมโพธิสัตว์ ที่มีบุญบารมีมาก มาแสดงธรรมให้ฟัง

๓. ประมาณอายุทิพย์ของสวรรค์ชั้นดุสิตนี้ คือ ๔,๐๐๐ ปีทิพย์ ซึ่งไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป พอเหมาะพอดีที่จะเสวยสุข เพราะท่านจะต้องลงมาสร้างบารมีต่อ ถ้ามีอายุขัยนานเกินไปจะทำให้เสียเวลา

เทวดาที่เสวยทิพยสมบัติอยู่บนชั้นดุสิตนี้ มีอายุยืน ยาวได้ ๔ พันปีทิพย์หรือห้าสิบเจ็ดโกฏหกล้านปี ในโลกมนุษย์ ๔,๐๐๐ ปีทิพย์ แล้วก็ถ้าจะเทียบกับเมืองมนุษย์ก็ ๔๐๐ ปีของเราเป็น ๑ วันของเทวดาชั้นนี้


ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.faiththaistory.com
เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง
จากหนังสือ “ตายแล้วไปไหน จากคำสอนของพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)” โดยคุณคณิตพร บุณยเกียรติ (เปี๊ยก) และคณะได้รวบรวมและจัดทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๔
https://th.wikipedia.org/wiki/ดุสิต
http://www.watkaokrailas.com
loading...

Comments

comments

Related posts

6 Thoughts to ““พระองค์ไปอยู่ภพภูมิที่สูงขึ้น” ธรรมกถาจากหลวงพ่อวิริยังค์ ถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙- หลวงพ่อฤาษีลิงดำยืนยัน “พระองค์ประทับอยู่ที่เดียวกับพระศรีอาริย์””

  1. Howdy! This is kind of off topic but I need some advice from an established blog.
    Is it very hard to set up your own blog? I’m not very techincal but
    I can figure things out pretty fast. I’m thinking about making my own but I’m not sure where to begin. Do you have any points or suggestions?
    Thank you

  2. What’s up colleagues, fastidious post and good urging commented at this place,
    I am actually enjoying by these.

  3. Greɑt goods from you, man. I’ve սnderstand your stuff previous to and
    yoս are just too great. I actuаlly like what you’ve acquired here, really like what you’re stating and tһe
    way in which yоu say it. You make it enjoyable and yoᥙ still takе carе of to keep it wise.
    I cɑn not wait to read far more from yoᥙ. This is actuаlly a
    wonderful site.

  4. Helpful info. Fortunate me I found your web site accidentally,
    and I am shocked why this coincidence did not took place earlier!
    I bookmarked it.

  5. I love what you guys are up too. This type of
    clever work and exposure! Keep up the awesome works guys I’ve added you guys to
    our blogroll.

  6. When someone writes an article he/she keeps the image of a user in his/her brain that how
    a user can be aware of it. Therefore that’s why this article is great.
    Thanks!