“แม่หนูอยู่ในต้นไม้” คดีฆาตกรรม 4 ศพที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้จนทุกวันนี้ !

ในโลกนี้ยังมีคดีฆาตกรรมที่ไขปริศนาไม่ได้อยู่อีกมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือคดีฆาตกรรมคู่รักสองคู่ในรัฐวอชิงตันในปี 1985 ซึ่งเป็นคดีที่ยิ่งรู้รายละเอียดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันจะซับซ้อนไปไหน และเป็นคดีที่กล่าวขวัญถึงในอินเทอร์เน็ต เพราะประโยคชวนขนลุกจากปากคำผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในคดีนี้ที่ว่า “แม่หนูอยู่ในต้นไม้” เรื่องราวจะเป็นยังไง ตามไปอ่านกันเลยค่ะ

สิงหาคมปี 1985

สตีเวน ฮาร์คินส์วัย 27 ปี และ รูธ คูเปอร์วัย 42 ปี เป็นคู่รักต่างวัยที่เดินทางมาตั้งแคมป์กลางป่าในเมืองเอลบี้ รัฐวอชิงตัน หลังไปร่วมงานแต่งงานของคนรู้จักใกล้ ๆ กัน หลังจากนั้น 4 วัน ก็มีคนเข้าไปในป่าและพบศพสตีเวนในถุงนอน สาเหตุการตายมาจากรอยถูกยิงที่หน้าผาก ใกล้กันเป็นศพสุนัขคู่ใจที่เขากับรูธพาไปด้วย ถูกยิงเช่นกัน

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงออกตามหารูธ แฟนสาวของสตีเวน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเธอ

พยานที่พบสองคู่รักเป็นครั้งสุดท้ายเล่าว่าเห็นทั้งคู่มาร่วมงานแต่งงาน และมีเรื่องกับชายคนหนึ่งที่งาน แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ตำรวจไม่พบหลักฐานว่าชายคนดังกล่าวเกี่ยวข้องอะไรกับการฆาตกรรมครั้งนี้ จึงปล่อยผ่าน

ตุลาคมปี 1985

ผ่านมา 2 เดือน ในที่สุดก็มีคนพบศพรูธ แฟนของสตีเวน อยู่ห่างจากจุดที่พบศพของสตีเวนประมาณ 1 กิโลเมตร ศพถูกซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ มีร่องรอยถูกถุงเท้ารัดคอ แต่เจ้าหน้าที่ชันสูตรยืนยันว่าสาเหตุการตายไม่ได้มาจากการถูกรัดคอ น่าจะมาจากการถูกทำร้ายทางอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ฟันธงไม่ได้เพราะศพเน่าไปเยอะแล้ว ไม่มีหลักฐานอื่นใดที่สาวไปถึงตัวฆาตกร

loading...

ธันวาคมปี 1985

ต่อมาอีก 2 เดือน ไมค์ รีเมอร์ วัย 36 ปี กับไดอาน่า โรเบิร์ตสัน วัย 21 ปี และลูกสาววัย 2 ขวบชื่อ คริสตัล เดินทางเข้าป่าเดียวกับที่เกิดคดีฆาตกรรมสตีเวนและรูธ เพื่อหาต้นไม้สำหรับวันคริสต์มาส ตามคำให้การของคนรู้จัก ไมค์ รีเมอร์เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่กับป่าและการล่าสัตว์ของแท้ ส่วนไดอาน่านั้นตรงข้าม แต่ทั้งคู่คบหากันมานานมาก

ตกเย็นวันเดียวกัน มีคนพบหนูน้อยคริสตัลเตร็ดเตร่อยู่แถวห้างสะดวกซื้อในเมืองทาโคม่า ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเอลบี้ประมาณ 40 กิโลเมตร จากการสอบถามหาพ่อแม่ของหนูน้อย ซึ่งอยู่ในสภาพงุนงง ได้คำตอบเพียงว่า “แม่หนูอยู่ในต้นไม้ (Mommy is in the trees.)” ชาวเมืองจึงประกาศเด็กหลง ทำให้ยายของคริสตัลพบเธอในที่สุด แต่ไม่มีใครรู้ว่าไมค์และไดอาน่าหายไปไหน

กุมภาพันธ์ปี 1986

2 เดือนต่อมา ชายคนหนึ่งจูงสุนัขเข้าไปในป่าและเจอศพของไดอาน่าถูกกลบด้วยหิมะ ไม่ไกลกันคือรถกระบะที่เธอและครอบครัวใช้ขับเข้ามาหาต้นไม้ในป่า สภาพศพของไดอาน่ามีร่องรอยการถูกรัดด้วยถุงเท้าคล้ายสภาพศพของรูธที่เจอก่อนหน้านี้ และเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ศพของเธอยังพอชันสูตรได้ว่ามีร่องรอยถูกแทงที่หน้าอกถึง 17 แผล

เมื่อตรวจสอบที่รถ เจ้าหน้าที่พบคราบเลือดที่เบาะนั่งข้างคนขับและพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีกระดาษวางไว้ที่คอนโซลรถ เขียนว่า “ผมรักคุณ ไดอาน่า (I love you, Diana.)” ทิ้งไว้

เนื่องจากไม่พบศพหรือร่องรอยของไมค์ รีเมอร์ ตำรวจจึงตั้งข้อสงสัยว่าเขาอาจเป็นฆาตกรฆ่าแฟนสาวของตัวเองและฆ่าสองคู่รักที่มาตั้งแคมป์ก่อนหน้านี้ด้วย

ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งข้อสังเกตนี้ แต่แม่ของไดอาน่าก็ปักใจเชื่อว่าลูกสาวของเธอถูกแฟนที่อายุห่างกันมากฆาตกรรม นอกจากนี้ยังมีพยานเห็นเหตุการณ์เล่าว่าก่อนที่ทั้งคู่จะหายตัวไปในป่า ไดอาน่าเคยทะเลาะกับไมค์ และมีปากเสียงกันถึงขั้นทำร้ายร่างกายและทำลายข้าวของมาแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับไมค์ รีเมอร์ แต่เวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี เขาก็ยังหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

มีนาคมปี 2011

เวลาล่วงเลยมา 25 ปี ชายคนหนึ่งพบวัตถุคล้ายก้อนหินในผ้าคลุม เมื่อพลิกดูจึงพบว่าเป็นกระโหลกมนุษย์ หลังจากตรวจสอบแล้วจึงพบว่าเป็นกระโหลกศีรษะของไมค์ รีเมอร์ ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรมาตลอด ชายที่พบกระโหลกยืนยันว่ามีรูกระสุนอยู่บนกระโหลกของไมค์ แต่เจ้าหน้าที่กลับปฏิเสธว่าไม่มีรอยอะไรแบบนั้น และประกาศว่าไมค์คือหนึ่งในเหยื่อของคดีฆาตกรรมนี้ ไม่ใช่ฆาตกร

สาธารณชนจึงเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคดีฆาตกรรมนี้ ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงดูงง ๆ เหตุการณ์ก็ดูเกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอนจนดูแปลก และมีข้อสงสัยหลายจุดที่ไม่เคลียร์ จนกลายเป็นกระทู้สุดป๊อบในเว็บไซต์ reddit ที่ชาวบอร์ดต่างพากันตั้งสมมติฐานยิ่งกว่าโคนันและเชอร์ล็อก โฮล์มส์

ความไม่เคลียร์ของคดีนี้

  • ผู้ตายทั้ง 2 คดีดูเกี่ยวพันกันอย่างน่าประหลาด คดีแรกเป็นคู่รักที่อายุห่างกัน (หญิงแก่กว่าชายมาก) ส่วนคดีที่สองก็เป็นคู่รักที่อายุห่างกันอีก (ชายแก่กว่าหญิงมาก)
  • นอกจากความเกี่ยวพันเรื่องอายุ วิธีการฆ่าก็คล้ายกันด้วย คือชายถูกยิงที่ศีรษะ ส่วนหญิงถูกรัดคอด้วยถุงเท้า
  • ศพของรูธกับสตีเวน (คดีแรก) ไม่ได้อยู่ห่างกันมากเลย ทำไมตอนที่พบศพสตีเวนถึงหาศพของรูธไม่เจอกัน หาไม่ละเอียดหรือมีคนเอาศพไปซ่อนแล้วค่อยเอาออกมาทีหลัง
  • ใครเป็นคนเขียนโน้ต “ผมรักคุณ ไดอาน่า” ทิ้งไว้กันแน่ จะเป็นไมค์ แฟนตัวจริงของเธอที่อาจมีอาการหึงหวงจนก่อคดีนี้ขึ้นมาแล้วเขียนจดหมายสารภาพผิด หรือชายปริศนาที่อาจหลงรักไดอาน่าจนก่อคดีแบบนี้ แต่ก็น่าสงสัยว่าแล้วสตีเวนกับรูธมาเอี่ยวในคดีนี้ได้อย่างไร ถ้าเป็นการหึงหวงทั่วไประหว่างไมค์กับไดอาน่า
  • เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดี เช่น ตอนที่ตำรวจตัดสินว่าไมค์ไม่ใช่ฆาตกรหลังพบกระโหลกศีรษะ ทุกคนอยากรู้ว่ามีหลักฐานอะไรถึงสรุปได้แบบนั้น และทำไมถึงต้องปกปิดเรื่องรูที่กระโหลกศีรษะ แต่ตำรวจก็ชี้แจงว่าเป็นเรื่องของรูปคดีจึงให้รายละเอียดทั้งหมดไม่ได้
  • ทำไมคริสตัลถึงถูกเอามาทิ้งที่เมืองทาโคม่า ซึ่งเป็นเมืองที่เธออาศัยอยู่ แปลว่าคนที่พาเธอมาต้องรู้จักครอบครัวของเธอ แล้วทำไมฆาตกรถึงไม่ฆ่าเธอทิ้ง เพราะเธอน่าจะเห็นหน้าฆาตกรแล้ว
  • หลายคนเดาว่าไมค์นั่นแหละเป็นฆาตกร พอฆ่าไดอาน่าเสร็จ ก็ขับรถมาส่งคริสตัลที่ทาโคม่า คริสตัลเลยไม่ค่อยแสดงอาการอะไรตอนโดนเอามาทิ้ง
  • บ้างก็ว่าถ้ามีฆาตกรเป็นบุคคลที่ 3 แสดงว่าคน ๆ นั้นต้องรู้จักกับครอบครัวนี้ดี คริสตัลเลยไม่กระโตกกระตากอะไร และฆาตกรก็ยังมีจิตใจเมตตาพอที่จะเอาเด็กมาทิ้งไว้ในที่ ๆ คนจะพบเจอได้ง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่จะทิ้งไว้กลางป่าหรือทิ้งไว้ในเมืองที่ใกล้กว่าทาโคม่าก็ได้
  • เกิดอะไรขึ้นกับไมค์ ? เป็นเหยื่อจริง ถูกยิงและเอาศพไปซ่อน หรือเป็นฆาตกรเสียเอง และอาจจะฆ่าไดอาน่า ไปส่งคริสตัลในเมืองทาโคม่า ก่อนขับกลับมายิงตัวตายในป่า

คดีนี้เป็นคดีที่ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้ว แต่ยังคงค้างคาอยู่ในใจใครหลาย ๆ คน เพราะความผิดปกติของคดีและคำให้การอันน่าขนลุกจากเด็กอายุ 2 ขวบ คริสตัลอาจเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมทั้งหมด อาจเห็นแม้กระทั่งตอนที่คนร้ายซ่อนศพแม่ของเธอไว้ในพุ่มไม้ แต่ด้วยความที่ยังเด็ก เธออาจไม่เข้าใจเหตุการณ์นี้ หรืออาจช็อกจนจำอะไรไม่ได้

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีก็ยังมีหลักฐานโผล่ออกมาอยู่เรื่อย ๆ ไม่แน่ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะมีคนเข้าไปในป่านี้แล้วเจอหลักฐานเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติมอีกก็ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : reddit, ididitforjodie
loading...

Comments

comments

Related posts