นครศรีฯ อ่วมปิดสนามบิน 2 วันน้ำท่วมรันเวย์ – อพยพคน 4 อำเภอ

จ.นครศรีธรรมราช อ่วม! ปิดสนามบิน 2 วัน น้ำท่วมรันเวย์ เจ้าหน้าที่เร่งสูบออก-ถนนจมหลายสายอพยพปชช. แล้ว4อำเภอ ขณะ จ.ตรัง ยังท่วม 2 อำเภอ เชื่อไม่กระทบคณะนายกฯลงพื้นที่ พัทลุง5อำเภอติดทะเลสาบสงขลายังจม

นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ จ.นครศรีธรรมราช พบพื้นที่ อ.นบพิตำ, สิชล, ท่าศาลา, ลานสกา, พระพรหม, เมือง, ขนอม, ปากพนัง, พรหมคีรี และ หัวไทร กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม หลังเกิดฝนตกต่อเนื่อง เบื้องต้นพบมีประชาชนใน 4 อำเภอ ต้องอพยพออกจากบ้านไปพักอาศัยในที่ที่ทางจังหวัดจัดหาไว้ให้ประกอบด้วย อ.ท่าศาลา, พรหมคีรี, ขนอม และ สิชล ส่วนในพื้นที่ อ.เมือง ก็พบมีน้ำท่วมเต็มทุกพื้นที่

ขณะที่ บริเวณถนนด้านหน้าท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ก็มีน้ำท่วมขังด้วยเช่นกัน โดยล่าสุด ทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ต้องประกาศปิดให้บริการชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน คือวันที่ 7 – 8 ธ.ค. 60 ส่วนบริเวณถนนเพชรเกษมพบมีบางจุดรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นอกจากนี้ ที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ทางผู้อำนวยการ และ บุคลากรก็ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้แล้ว จึงทำให้ขณะนี้ยังไม่มีรายงานปัญหาเข้ามา

loading...

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่า สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใดขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ เช่นที่ อ.ขนอม และ อ.สิชล สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายเร็ว ขณะที่ อ.ท่าศาลา, พระพรหม และ อ.เมือง สถานการณ์จะคลี่คลายช้ากว่า เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็นจุดรองรับน้ำแต่หลายฝ่ายก็อยู่ระหว่างร่วมมือกันเร่งสูบน้ำออกกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ระดับน้ำลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด

ทางด้าน นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า ล่าสุดท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชปิดให้บริการ 2 วัน ได้แก่ วันที่ 7-8 ธันวาคม เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่รันเวย์และระบบไฟฟ้า ขณะที่การลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน จ.ตรัง ของนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้เพื่อติดตามการช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนนั้น ในส่วนของท่าอากาศยาน จ.ตรัง ยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้น่วยงานเตรียมความพร้อม พร้อมคาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ จ.ตรัง มีถนนได้รับความเสียหาย 2 แห่ง ได้แก่ แยกทางหลวง หมายเลข 419 และสะพานข้ามคลองลำพิกุล ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามและตรวจสอบเส้นทางได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 สายด่วนทางหลวง 1586 สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

ทั้งนี้ นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า กรมท่าอากาศยาน หรือ ทย. ได้ประกาศปิด ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เป็นการชั่วคราวเนื่องจากเกิดภาวะน้ำท่วม เริ่มตั้งแต่วันนี้ 7 ธันวาคม 2560 ถึงเวลา 24.00 น. ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งระบายน้ำออกจากสนามบิน เพื่อเปิดใช้สนามบินโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าวในส่วนของผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังสนามบินนครศรีธรรมราชทางสายการบินได้แจ้งให้ผู้โดยสารขอเปลี่ยนเส้นทางไปลงยังสนามบินใกล้เคียงเช่น ตรัง สุราษฎ์ธานี กระบี่ ได้ตามมาตรการเยียวยากรณีฉุกเฉิน ขณะเดียวกันจากการประสานงานสายการบินต่างๆยังไม่พบผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด  ทั้งนี้ทย.ได้ประสานงานร่วมกับสายการบินอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามสถานการณ์

น้ำยังท่วมตรัง 2 อำเภอ สูงสุด 1 เมตร ผู้ว่าฯพร้อมรับคณะนายกรัฐฯลงพื้น

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ จ.ตรัง ยังเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ 2 อำเภอ จากเดิม 8 อำเภอ คือที่ อ.เมือง และ อ.กันตัง เบื้องต้นพบมีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 50 ซม. – 1 ม. โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำตรัง ซึ่งอาจจะมีระดับน้ำสูงกว่าจุดอื่น ๆ ส่วนอีก 6 อำเภอ ที่ก่อนหน้านี้มีน้ำท่วมขัง อย่าง อ.ปะเหลียน, ย่านตาขาว, รัษฏา, นาโยง, วังวิเศษ และ ห้วยยอด พบว่า ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องจนสถานการณ์คลี่คลายแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็จะเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.ตรัง ด้วย ซึ่งทางจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมรับคณะของนายกรัฐมนตรีไว้เรียบร้อย เชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมจะไม่กระทบกับการเดินทาง รวมถึงบรรยากาศการลงพื้นที่อย่างแน่นอน

น้ำท่วม 5 อำเภอติดริมทะเลสาบสงขลาใน จ.พัทลุง จมสูงสุด 1 ม. คาด 1 เดือนคลี่คลาย

นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ปัจจุบัน จ.พัทลุง ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ 5 อำเภอ คืออำเภอซึ่งตั้งอยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อ.เมือง, เขาชัยสน, บางแก้ว, ปากพะยูน และ ควนขนุน จากการตรวจสอบพบระดับน้ำท่วมขังสูงสุดประมาณ 1 เมตร ส่วนใหญ่เป็นจุดลุ่มต่ำ ติดลำคลอง ทั้งนี้พบประชาชนในพื้นที่ ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอาศัยยังจุดที่จังหวัดจัดหาไว้ให้บนถนนเป็นการชั่วคราว โดยปัญหาที่ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้ามาจากอุปสรรคเรื่องทะเลหนุน บวกกับช่องทางการระบายมีน้อย เบื้องต้น คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน สถานการณ์ของทุกจุดจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม นายเชาวลิต อยากฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเฝ้าระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าเพราะวานนี้พบว่ามีเด็กที่อาศัยในพื้นที่ประสบภัยถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต นอกจากนี้ยังฝากเตือนผู้ที่จะออกไปหาปลาในช่วงกระแสน้ำเชี่ยวให้ระมัดระวังตัวเองและงดการกระทำที่เสี่ยงอันตรายด้วย ซึ่งทางจังหวัดได้เร่งระดมกำลังทุกหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

loading...

Comments

comments

Related posts